พระขุนแผนพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ เนื้อชมพู กรุโรงเหล้า อยุธยา

พระกรุเมืองกรุงเก่า ที่หาชมตัวจริงได้ยากที่สุด เป็นพระกรุที่สร้างด้วยเนื้อดินหลายประเภทเผารวมกัน เนื้อพระจะมีความแกร่งมาก มีเนื้อหาและพิมพ์ทรงเดียวกันกับ พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา มีทั้งพิมพ์อกใหญ่ และพิมพ์แขนอ่อน เช่นเดียวกับพระกรุวัดใหญ่ชัยมงคล แตกต่างกันตรงที่ เป็นพระที่ยังไม่ได้เคลือบด้วยน้ำยา เท่านั้น
นอกจากนี้ พระพิมพ์นี้ยังไปตรงกับ พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี อีกด้วย แต่แตกต่างกันตรงเนื้อหาที่สร้างด้วยดินขาว ดินเหลือง และดินดำ เป็นหลัก เมื่อเผาแล้วองค์พระจะออกเป็นสีขาวแบบเนื้อกระเบื้อง ทำให้เนื้อพระมีความแกร่งมากกว่า

กรุ โรงเหล้า เป็นชื่อของวัดในสมัยโบราณ ปัจจุบันอยู่ในบริเวณหอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เมื่อลองกางแผนที่ ซึ่งเขียนขึ้นในสมัย สมเด็จพระบรมโกศ พบว่า บริเวณกรุโรงเหล้าแห่งนี้ ในสมัยก่อนมีความน่าจะเป็นไปอยู่ ๓ วัดด้วยกัน เพราะตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน อันได้แก่ ๑.วัดจีน (ไม่ใช่วัดจีนหรือวัดรัตนไชยในปัจจุบัน) ๒.วัดโรงม้า และ ๓.วัดเจ๊ก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวัดไหน ก็เป็นวัดของชาวจีนแน่นอน เพราะชื่อฟ้องอยู่ชัดเจน
อีก ประการหนึ่ง เป็นวัดที่อยู่ในย่านของชุมชนชาวจีน ตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา คนเฒ่าคนแก่ยังเคยเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า แต่ก่อนยังมี เตาเผาแบบโบราณ ตั้งอยู่ภายในบริเวณนี้

นับเป็นการสนับสนุนสมมุติฐานของผู้เขียน ที่เคยระบุไว้ว่า พระขุนแผนเคลือบ และ ไม่เคลือบ เป็นศิลปะแบบพู่กันจีน และสร้างโดยช่างชาวจีน ทั้งนี้ เมื่อลองมองภาพลายเส้นจากการเอกซเรย์ พระขุนแผนเคลือบ จะเห็นได้ชัดเจนว่า มีลักษณะลายเส้นพลิ้วไหวหนักเบาแบบพู่กันจีนชัดเจน สร้างและเผาเคลือบกันในย่านชุมชนชาวจีนแห่งนี้ ยุคสมัยที่มีการจัดสร้างนั้น น่าจะสร้างพร้อม พระขุนแผนเคลือบกรุ วัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งเชื่อกันว่า สร้างโดยพระราชประสงค์ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ.๒๑๓๓-๒๑๔๘)
อีกข้อสันนิษฐานหนึ่ง สร้างโดย สมเด็จพระมหาบุรุษวิสุทธิเดชอุดม (พระเพทราชา ต้นราชวงศ์บ้านพลูหลวง ชาวสุพรรณบุรี พ.ศ.๒๒๔๖) ซึ่งไม่ว่าข้อสันนิษฐานใดถูกต้อง ก็ล้วนสร้างโดยพระราชประสงค์ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา
คุณปริญญา บุญประดับ เจ้าของ หจก.โรงงานอิฐ ม.อ.ท. เมืองอ่างทอง และยังมีโรงงานอยู่ที่ จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี ได้ให้ข้อมูลถึงส่วนผสมของประเภทดินที่เผาแล้วได้เนื้อหาใกล้เคียงกับ พระขุนแผน กรุโรงเหล้า และ พระขุนแผน กรุวัดจักรวรรดิ ว่า วัตถุดิบที่นำมาสร้างประกอบไปด้วยดินขาว ดินดำ และดินเหลือง ในปัจจุบันพบว่า ดินประเภทนี้มีอยู่ด้วยกัน ๓ แห่ง คือ ดินจาก ต.โคกไม้ลาย จ.ปราจีนบุรี, จ.จันทบุรี และ จ.ลำปาง
ผู้เขียนสันนิษฐานว่า พระที่เผาไม่ได้ที่ตามสูตร หรืออาจไม่แกร่งพอจะเผาเคลือบ หรือที่กดพิมพ์ได้ไม่ลงตัวนัก คือ มีปีกเกินกว้างออกไป ซึ่งในสมัยโบราณ ตลอดจนเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ พระที่กดพิมพ์ออกมาเป็นองค์พระแล้วจะไม่มีการทำลายโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะในกรณีใดๆ แม้จะกดพิมพ์ออกมาแล้วไม่สวย หรือไม่ตรงตามที่ต้องการก็ตาม

พระ ขุนแผน ที่ยังไม่ผ่านการเคลือบ อันเป็นกรรมวิธีขั้นสุดท้าย จำนวนหนึ่งดังที่กล่าวมาแล้ว ก็จะนำมาทำพิธีบรรจุกรุ ซึ่งพบในปัจจุบันมีอยู่ ๒ กรุ คือ กรุโรงเหล้า อันเป็นสถานที่สร้างพระพิมพ์นี้ และ กรุวัดจักรวรรดิ (วัดเจ้ามอญ) ส่วนที่ วัดบ้านกลิ้ง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา น่าจะเป็น พระฝากกรุ เพราะพบเพียง ๒ องค์เท่านั้น และเมื่อพิจารณาจากสถานที่ตั้งของวัดที่พบ พระขุนแผน กรุโรงเหล้า พบว่า เลยไปทางทิศตะวันตก จะพบ วัดกระเบื้องเคลือบ หรือ วัดบรมพุทธาราม ซึ่งหลังคาพระอุโบสถวัดนี้สร้างด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งหลัง
วัดนี้เดิมทีเป็นวัดต้นตระกูลของ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง (สุพรรณบุรี) สมัยนั้นเป็นถึงพระอารามหลวง มีความสำคัญยิ่ง เรื่องราวที่ผู้เขียนเสนอมาเหล่านี้ สามารถต่อยอดทางความคิด เกี่ยวกับพระเครื่องออกไปได้อีกหลายเรื่องด้วยกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับนักสะสมพระเครื่องแต่ละท่าน ว่ามีหัวใจที่จะยอมรับความเป็นจริง หรือรักในประวัติศาสตร์ และโบราณคดี มากกว่านิทานประกอบการขายพระที่สร้างกันขึ้นมาเอง มากน้อยแค่ไหน และเชื่อต่อๆ กันมา โดยมิได้ตรวจทานข้อเท็จจริงใดๆ
โดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนคิดว่า ข้อเท็จจริงที่มีสมมุติฐานอันพิสูจน์ได้ เป็นส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างคุณค่าและมูลค่าให้แก่พระเครื่องแต่ละประเภทแต่ ละกรุ อันเป็นหลักสากลที่วงการนักสะสมศิลปะโบราณคดียึดถือกันมาทั่วโลก
วัดจักรวรรดิ (วัดเจ้ามอญ) ตั้งอยู่ที่ ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณเมืองอโยธยา นอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา วัดแห่งนี้ต้องร้างลงเมื่อสิ้นกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ.๒๓๑๐ และปรักหักพังไปตามกาลเวลา โดยธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ จนกระทั่งกรมศิลปากรได้เข้ามาดำเนินการขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดีใน พ.ศ.๒๕๔๒-๒๕๔๔ การดำเนินงานครั้งนั้น ได้พบโบราณวัตถุทั้งสมัยอยุธยาตอนต้น และสมัยอยุธยาตอนปลาย ประมาณปี ๒๕๐๐ เศษๆ ได้มีการพบ พระขุนแผน ที่มีลักษณะเดียวกับ พระขุนแผน กรุโรงเหล้า แต่เป็นพระที่มีเนื้อหาดูจะแกร่งกว่าที่ขึ้นกรุโรงเหล้าพอสมควร
พระที่ ขุดพบนี้มีจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นพระที่กดพิมพ์ได้ตื้น ไม่ชัดเจน และถูกกลุ่มนักสะสมพระกว้านซื้อกันไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันพบเห็นยากพอๆ กับ พระที่ขึ้นบริเวณกรุโรงเหล้า
นอก จากนี้ยังมีเรื่องจริงที่มีผู้เล่าให้ผู้เขียนฟังอีกหลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมทั้งสิ้น จนเป็นที่เล่าขานของวงการเซียนพระเมืองกรุงเก่าอย่างกว้างขวาง พระขุนแผน กรุโรงเหล้า กรุวัดจักรวรรดิ เป็นพระกรุ เนื้อดินเผา ที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี สร้างโดยพระราชประสงค์ของพระมหากษัตริย์ไทย สมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างด้วยเทคโนโลยี่ที่ซับซ้อนมากกว่าพระเนื้อดินเผาทั่วๆ ไป พุทธศิลป์ก็งดงาม อ่อนช้อย ลงตัว อีกทั้งยังขึ้นหิ้งพระในตำนานพระที่พบเห็นได้ยากมาก

60,000.-
อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา กดดูเบอร์โทรผู้ขาย 0898xxxx 0898094926
กรุณาอย่าโอนเงินไม่ว่าในกรณีใดๆ หากผู้ขายต้องการให้โอนเงินก่อนหรือมัดจำล่วงหน้า โปรดแจ้งฝ่ายบริการลูกค้า โทร. 02-833-3187 หรือ cs@olx.co.th
ตรวจสอบบัญชีรายชื่อคนโกง ที่นี่!
บ้านพระสมเด็จ
ขาย มือสอง
honey pot