เหรียญหล่อพิมพ์หยดน้ำหลวงพ่อปล้องวัดหลุมดินเนื้อเมฆพัตร์ หลังจาร์

0 0

13,000 บาท
แจ้งประกาศไม่เหมาะสม
 

สแปม ประกาศซ้ำ

สินค้าต้องห้าม / ผิดกฏหมาย

มิจฉาชีพ หลอกลวง


(ตัวอักษรไม่เกิน 250ตัวอักษร)

เหตุผลอื่น ๆ


(ตัวอักษรไม่เกิน 250ตัวอักษร)

 

  • ราคา : 13,000 บาท
  • สภาพสินค้า : มือสอง
ดูเพิ่มเติม
ขนาดประมาณ 1.7 x 2 ซ.ม. พุทธคุณ เด่นทางมหาอุตฒ์ แคล้วคลาด
พระพอสวย 24... กว่าๆ ทันหลวงพ่อ ประวัติชัดเจน สร้างตอนบูรณะศาลาการเปรียญของวัด ในปี พ.ศ. 2474
พุทธคุณด้านมหาอุตม์ เป็นยอด ปัจจุบันของแท้ หาชมได้ยาก ที่สำคัญองค์นี้แท้ ล้าน % ประกันให้ตลอดชีพครับ ฝันว่าเก๊ นำมาคืนจะคืนเงินสดให้ทันที ไม่หักแม้แต่บาทเดียว ปิดตาท่านหายาก หยดน้ำ สร้างให้ผู้หญิง ใช้ดีเหมือนกันครับ หายาก แท้ทุกที่ ทุกเวลา
ประวัติ พอสังเขป
เหรียญหล่อหยดน้ำ หลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดิน จ.ราชบุรี เนื้อเมฆพัตร สภาพสวย หายากมาก จัดสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔ ในคราวบูรณะศาลาการเปรียญของวัด พุทธคุณมหาอุตย์เป็นอย่างยิ่ง

วัดดหลุมดิน หรือวัดสุรชายารามพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญประวัติสังเขป เป็นวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดหลุมดิน ท่านผู้หญิงอิ่ม บุญนาค ภริยาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒนพิพัฒนศักดิ์ และเป็นมารดาของเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ (เจ้าจอมมารดาแพ) ในรัชการที่ 5 ได้ พบวัดหลุมดินอยู่ในสภาพวัดร้าง จึงได้สร้างอุโบสถและเสนาสนะขึ้นใหม่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 27 กรกฏาคม 2427 และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดสุรชายาราม พร้อมทั้งสถาปนาเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2427

หลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดินท่านเป็นพระอาจารย์รูปหนึ่ง ของจังหวัดราชบุรี ซึ่งได้รับอาราธนามาร่วมในพิธีพุทธาภิเศกที่พระอุโบสถ วัดราชบพิธ เมื่อ ปี พ.ศ. 2484 พระรุ่นแรกๆ ของท่านนั้น สร้างขึ้นตามวัสดุที่หาได้ เช่น อะลูมิเนียม ตะกั่ว ทองแดง ทองเหลือง และที่สร้างจำนวนมากที่สุด คือ เนื้อเมฆพัตร ซึ่งเป็นเนื้อตะกั่วผสมปรอท แล้วซัดด้วยกำมะถัน เป็นพระที่นักสะสมรู้จักกันดี และมีชื่อเสียง

หลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดิน นั้น ท่านเป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียงในการสร้างพระเครื่องเนื้อเมฆพัตรอีกท่านหนึ่งของประเทศไทย ท่านเป็นเกจิดังมาก ในจังหวัดราชบุรี วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงมากของท่าน คือ พระปิดตามหาอุตม์เนื้อเมฆพัตร และปิดตามหาอุตม์ (จั๊กจั่น) เนื้อเมฆสิทธิ์และเนื้อเมฆพัตร และพระกลีบบัว เนื้อเมฆพัตร เนื้อทองผสม และเนื้อผง เป็นต้น มวลสารที่ท่านนำมาหล่อวัตถุมงคลของท่านนั้น ใช้แร่ธาตุและวัสดุหลายอย่างมาผสมกัน อาทิเช่น ทองแดง ทองเหลือง ตะกั่ว ดีบุก กำมะถัน เป็นต้น นำมาผสมหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน มีสีดำเป็นมันวาว สมัยนั้นพระปิดตามหาอุตม์เมฆพัตรจะมีอยู่เฉพาะที่วัดหลุมดินเท่านั้น

จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าที่อยู่บริเวณใกล้วัด ที่ได้รับพระปิดตามหาอุตม์ และพระกลีบบัว ได้รับแจกในการร่วมกันทำบุญสร้างศาลาการเปรียญหลังใหญ่ใน ปี พ.ศ. 2474โดยเฉพาะผู้ชายจะได้รับพระปิดตามหาอุตม์ (เพราะเป็นพระแคล้วคลาดคงกระพัน) และผู้หญิงจะได้รับพระกลับบัว (เพราะเป็นพระเมตตามหานิยมและแคล้วคลาด) ในระยะเวลาต่อมาชื่อเสียงของท่าน ดังมากในช่วงเริ่มเกิดสงครามอินโดจีน (2483-2484) กรณีไทยเรียกร้องดินแดนบางส่วนคืนจาดฝรั่งเศส ทหารประจำการและทหารกองหนุนทุกคนต้องออกไปรบ กรมการทหารช่างราชบุรีได้ส่งทหารไปชายแดนเช่น เดียวกัน ก่อนออกเดินทางทหารทุกคนจะไปขอวัตถุมงคลจากท่าน ระยะแรกๆ หลวงพ่อได้แจกพระปิดตามหาอุตม์เนื้อเมฆพัตร จนทำไม่ทัน เพราะพระเมฆพัตร มีวิธีการทำใช้เวลามาก เมื่อหล่อเสร็จเป็นองค์พระแล้วยังต้องตกแต่งให้เรียบร้อย และท่านจะจารอักขระไว้ด้วยตัวท่านเองทุกองค์ แล้วจึงนำเข้าพิธีพุทธาภิเษก ช่วงนั้น ท่านเริ่มเป็นอัมพฤกษ์ มือขวาที่ท่านใช้จารยันต์ จะใช้ได้เฉพาะตอนเช้ามืด ท่านจึงไมสามารถทำพระเนื้อเมฆพัตรทันกับความต้องการ ท่านจึงทำเฉพาะเนื้อตะกั่วล้วนๆ แม้กระนั้นก็ยังไม่พอกับความต้องการ จนถึงกับต้องพิมพ์รูปพระปิดตามหาอุตม์ลงบนผืนผ้า (ผ้าประเจียด) แล้วทำพิธีพุทธาภิเษก เช่นเดียวกับวัตถุมงคลอื่นๆ ในปีนั้นพระเณรและเด็กวัดต้องระดมช่วยกันทำพระดังกล่าวทั้งวันทั้งคืน ชาวบ้านละแวกนั้นก็มาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เป็นการบำรุงขวัญทหารและพลเรือนยามเกิดศึก และท่านนั้นจะแจกให้กับมือทหารทุกคนที่เข้ามารับ เพื่อป้องกันพยันอันตรายจากศึกสงคราม และทหารเหล้านั้นที่กลับมาจากสงครามแคล้วคลาดปลอดภัยกลับมา จึงทำให้ชื่อเสียงท่านนั้นโด่งดังมาถึงปัจจุบันนั่นเอง

กลับด้านบน honey pot