พระกำแพงซุ้มกอ

0 0

25,500 บาท
แจ้งประกาศไม่เหมาะสม
 

สแปม ประกาศซ้ำ

สินค้าต้องห้าม / ผิดกฏหมาย

มิจฉาชีพ หลอกลวง


(ตัวอักษรไม่เกิน 250ตัวอักษร)

เหตุผลอื่น ๆ


(ตัวอักษรไม่เกิน 250ตัวอักษร)

 

  • ขาย ราคา : 25,500 บาท
  • สภาพสินค้า : มือสอง
ดูเพิ่มเติม
ลุงผมให้มาครับของเก่าเก็บ สนใจโทรสอบถามราคาต่อได้ครับ
ประวัติ (พระซุ้มกอกำแพงเพชร) ต้นแบบของพระสมเด็จวัดระฆัง

พระซุ้มกอกำแพงเพชรจัดเป็นพระเครื่องที่สุดยอดสกุลหนึ่ง และเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชรเป็นพระที่อมตะทั้งพุทธศิลป์ และพุทธคุณ และถูกจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีที่สูงสุดของพระเครื่องเมืองไทย พระซุ้มกอกำแพงเพชรเป็นพระที่ทำจากเนื้อดินผสมว่าน108และเกสรดอกไม้และทำจากเนื้อชินเงินก็มี พุทธลักษณะของพระซุ้มกอกำแพงเพชรนั้นองค์พระแกะเป็นรูปพระโพธิสัตว์ทรงเครื่อง พุทธลักษณะอยู่ในยุคสมัยสุโขทัยนั่งขัดสมาธิมีลวดลายกนกอยู่ด้านข้างขององค์พระ และนั่งประทับอยู่บนดอกบัวเล็บช้างห้าดอก และส่วนของขอบพิมพ์พระจะโค้งมนมีลักษณะคล้ายๆตัว ก.ไก่ คนรุ่นเก่าๆ จึงเรียกตามลักษณะนี้ว่า “พระซุ้มกอ”

พระเครื่องในสกุลกำแพงเพชรนั้น มีตำนานปรากฏชัดเจนจากการพบจารึกบนแผ่นลานเงิน ในกรุขณะรื้อพระเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม และเมื่อ พ.ศ.2392 สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆังฯ ซึ่งขึ้นมาเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร ก็ได้อ่านศิลาจารึกอักษรไทยโบราณ ที่วัดเสด็จ ฝั่งเมืองกำแพงเพชรมีอยู่ในจารึกได้กล่าวถึงพิธีการสร้างพระและอุปเท่ห์การอาราธนาพระ รวมถึงพุทธานุภาพที่มหัศจรรย์อย่างยิ่งของพระเครื่องสกุลกำแพงเพชรทั้งหลาย

จากหลักฐานการศึกษา เทียบเคียงทั้งหลายมีข้อสันนิษฐาน ที่น่าเชื่อถือได้โดยสรุปว่า พระซุ้มกอกำแพงเพชรนั้นสร้างโดยพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งดำรงพระยศผู้ครองเมืองชากังราว ในฐานะเมืองหน้าด่านสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย ก่อนที่จะได้ทรงรับสถาปนาเป็นกษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์สุโขทัยและปลุกเสกโดยพระฤๅษี ดังนั้นอายุการสร้างของพระซุ้มกอกำแพงเพชรจนถึงปัจจุบันจึงมีประมาณ 700-800 ปี


พระซุ้มกอที่ได้รับความนิยมมีทั้งหมด 4 พิมพ์ ประกอบด้วย

1. พิมพ์ใหญ่ จะแยกออกเป็น 2 ประเภท คือ มีลายกนกและไม่มีลายกนก พระที่ไม่มีลายกนกส่วนใหญ่มักจะมีสีดำ หรือสีน้ำตาลเข้มซึ่งมักจะเรียกกันว่า “พระซุ้มกอดำ” แต่ซุ้มกอดำก็พบมีลายกนกเช่นกันแต่พบน้อย

2. พิมพ์กลาง มีลักษณะใกล้เคียงกับพิมพ์ใหญ่ลายกนก เพียงแต่บางและตื้นกว่า หายาก

3. พิมพ์เล็ก มีลักษณะใกล้เคียงกับพิมพ์กลางลายกนก เพียงแต่เล็กและบางกว่า

4. พิมพ์ขนมเปี๊ยะ ความจริงแล้วก็คือพิมพ์ต่างๆของพระซุ้มกอนั่นเองเพียงแต่ไม่ได้ตัดขอบที่มนออก จึงมองดูคล้ายๆขนมเปี๊ยะ

พระซุ้มกอกำแพงเพชรทั้งที่มีลายกนกและไม่มีลายกนกเป็นพระที่มีศิลปะของสุโขทัยผสมกับ ศิลปะของศรีลังกา โดยเฉพาะพระซุ้มกอที่ไม่มีลายกนกจะเห็นว่าเป็นศิลปะศรีลังกาหรือศิลปะแบบตะกวนอย่างชัดเจน

เนื้อของพระซุ้มกอกำแพงเพชรนั้นจะมีส่วนของดินกลางเมืองซึ่งเป็นดินที่มีความศักสิทธิ์ดิ์ เพราะถือว่าเป็นดินที่ไม่ถูกเหยียบย่ำผสมกับว่าน 108 และเกสรดอกไม้ จึงทำให้เนื้อของพระซุ้มกอกำแพงเพชรมีลักษณะที่นุ่มมันละเอียดเมื่อนำสาลีหรือผ้ามาเช็ดถูจะเกิดลักษณะมันวาวขึ้นทันทีและลักษณะของเนื้อพระซุ้มกอกำแพงเพชรที่เด่นชัดอีกประการหนึ่ง คือตามผิวขององค์พระนั้นจะปรากฏมีจุดสีแดงเข้มๆ ซึ่งเรียกว่า “แร่ดอกมะขาม” และตามซอกในส่วนที่ลึกขององค์พระซุ้มกอจะมีจุดดำๆ ซึ่งเรียกว่า คราบราดำ หรือ รารัก จับอยู่ตามบริเวณซอกขององค์พระ ดังนั้นเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ จึงเป็นเนื้อที่ได้รับความนิยมสูงสุด

พระซุ้มกอกำแพงเพชรนั้นนอกจากจะมีเนื้อดินแล้วยังพบเนื้อชินและชนิดที่เป็นเนื้อว่าน ล้วนๆก็มีแต่พบเห็นน้อยมากหรือแทบจะไม่พบเห็นเลย


พระกำแพงซุ้มกอ กรุกำแพงเพชรส่วนมากที่ขุดค้นพบนั้นจะปรากฏอยู่ตามบริเวณวัดบรมธาตุ วัดพิกุล วัดฤๅษี และตลอดทั่วบริเวณลานทุ่งเศรษฐี และแถวๆบริเวณนอกทุ่งเศรษฐีก็มี

ส่วนพระซุ้มกอกำแพงเพชรที่ไม่มีลวดลายกนกที่มีสีน้ำตาลเข้มนั้นจัดเป็นพระที่หาได้ยา กมาก เพราะส่วนใหญ่จะมีสีดำปนเขียว

สีของพระซุ้มกอกำแพงเพชร จะมีด้วยกันหลายหลายสีขึ้นอยู่กับมวลสารที่ผสมและการเผาที่อุณภูมิต่างกัน เช่นพระที่ถูกเผาด้วยอุณภูมิที่พอเหมาะสีจะออกมาเป็นอิฐมอญส่วนพระที่ถูกเผาด้วยอุณหภูมิความร้อนที่สูง สีของพระจะออกมาเป็นสีเขียวมอย ส่วนพระที่ถูกเผาด้วยความร้อนน้อยสีจะออกมาเป็นสีดอกพิกุล

1. สีดอกพิกุล 2. สีขมิ้นชัน 3. สีอิฐ 4. สีแดง 5. สีเขียวมอย 6. สีดำ เป็นต้น


การค้นพบพระกำแพงซุ้มกอ

เมื่อ พ.ศ.2392 เจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โตแห่งวัดระฆัง ได้ไปเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร ได้พบศิลาจากรึกที่วัดเสด็จ จึงทราบว่ามีพระเจดีย์ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ฝั่งเมืองนครชุมเก่า ท่านจึงได้ดำหริให้เจ้าเมืองออกสำรวจแล้วก็พบเจดีย์ อยู่ 3 องค์ อยู่ใกล้ๆกัน แต่ชำรุดมาก จึงได้ชักชวนให้เจ้าเมืองทำการรื้อพระเจดีย์เก่าทั้ง 3 องค์ รวมเป็นองค์เดียวกัน แต่เมื่อรื้อถอนแล้วจึงได้พบพระเครื่องสกุลกำแพงเพชรเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และแตกหักตามสภาพกาลเวลา ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โตท่านเห็นว่าเศษพระที่แตกหักนั้นยังมีพุทธคุณอยู่ท่า นจึงได้นำกลับมายังวัดระฆังจำนวนหนึ่งพร้อมกับเศษอิฐและเศษหิน และบันทึกใบลานเก่าแก่ที่ได้บันทึกเกี่ยวกับวิธีการสร้างพระสกุลกำแพงเพชร

ดังนั้นท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โตจึงได้นำเอาเศษพระกำแพงที่แตกหักมาบดเป็นส่วนผสมในการสร้างพระสมเด็จของท่านจนขึ้นชื่อโด่งดังไปทั่วประเทศ เพราะท่านได้สร้างตามสูตรการสร้างพระซุ้มกอกำแพงเพชร ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพระสมเด็จในยุคแรกๆจะมีลักษณะโค้งมนเหมือนกับพระซุ้มกอเพราะว่าพระซุ้มกอกำแพงเพชรเป็นต้นแบบของพระสมเด็จวัดระฆังนั่นเอง
กลับด้านบน honey pot